ผู้เขียน หัวข้อ: การจัดเตรียมอุปกรณ์และต้องสังเกตอาการของผู้ป่วยก่อนให้อาหารสายยาง  (อ่าน 90 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 892
    • ดูรายละเอียด
การจัดเตรียมอุปกรณ์และต้องสังเกตอาการของผู้ป่วยก่อนให้อาหารสายยาง

การเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของ "อุปกรณ์" และ "การประเมินร่างกายผู้ป่วย" เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น การปอดอักเสบจากการสำลัก โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดซึ่งร่างกายอ่อนเพลียได้ง่ายครับ

1. การจัดเตรียมอุปกรณ์ (Set up)

การเตรียมอุปกรณ์ให้ครบถ้วนก่อนเริ่มจะช่วยให้ผู้ดูแลมีสมาธิในการสังเกตอาการผู้ป่วยได้เต็มที่ครับ

กระบอกให้อาหาร (Syringe): ขนาด 50 มล. ตรวจสอบว่าลูกสูบดึงได้คล่องไม่ติดขัด

อาหารทางสายยาง: ที่เตรียมเสร็จ กรองกากออกเรียบร้อย และมีอุณหภูมิเท่าอุณหภูมิห้อง (ห้ามใช้ขณะเย็นจัด)

น้ำสะอาด: น้ำต้มสุกที่เย็นแล้วประมาณ 1 แก้ว สำหรับล้างสาย (Flush)

สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70%: สำหรับเช็ดทำความสะอาดจุกปิดและข้อต่อสายยาง

แก้วหรือภาชนะสะอาด: สำหรับพักกระบอกฉีดยาหรือรองน้ำย่อยที่ดูดออกมา

ผ้าเช็ดหน้าหรือทิชชู่: สำหรับรองใต้คางหรือบริเวณข้อต่อสายป้องกันการหกเลอะเทอะ


2. การสังเกตอาการผู้ป่วยก่อนให้อาหาร (Patient Assessment)

ก่อนจะเริ่มให้อาหารทุกครั้ง ผู้ดูแลต้องประเมิน 3 ด้านดังนี้ครับ:

ด้านที่ 1: การสังเกตอาการทั่วไป
ความรู้สึกตัว: ผู้ป่วยซึมลงกว่าปกติหรือไม่ หรือมีอาการกระสับกระส่ายผิดปกติไหม

การหายใจ: มีอาการไอถี่ๆ มีเสมหะในลำคอมาก หรือหายใจหอบเหนื่อยหรือไม่ (หากไอแรงหรือหอบควรเลื่อนมื้ออาหารออกไปก่อน)

สภาพหน้าท้อง: ท้องอืด ตึง หรือผู้ป่วยบ่นเจ็บท้องหรือไม่

ด้านที่ 2: การตรวจสอบตำแหน่งสาย (Tube Position Check)
ตรวจดูขีดเครื่องหมาย: ดูว่าเลขตำแหน่งที่พยาบาลทำเครื่องหมายไว้ที่สายยางเลื่อนออกมาจากปีกจมูกหรือหน้าท้องหรือไม่

ดูดเช็กตำแหน่ง: ใช้กระบอกฉีดยาดูดลมหรือน้ำย่อย หากดูดได้ของเหลวที่มีลักษณะเหมือนน้ำย่อยหรืออาหารมื้อเก่า แสดงว่าสายยังอยู่ในกระเพาะอาหาร

ด้านที่ 3: การตรวจสอบการย่อย (Gastric Residual Check)
ใช้กระบอกฉีดยาดูดของเหลวค้างจากกระเพาะอาหารออกมาวัดปริมาณ:

หากค้างน้อยกว่า 100 มล.: ให้ดันกลับคืนช้าๆ แล้วเริ่มมื้ออาหารใหม่ได้ตามปกติ

หากค้างมากกว่า 100-150 มล.: ให้ดันกลับคืนไป และ เลื่อนมื้ออาหารออกไป 1 ชั่วโมง เพื่อให้กระเพาะได้ทำงานก่อน แล้วจึงเช็กซ้ำ (หากยังค้างเท่าเดิมควรปรึกษาแพทย์)


3. การจัดท่าทางที่ถูกต้อง

ก่อนเริ่มเดินอาหาร ต้องจัดท่าผู้ป่วยให้พร้อมเสมอ:

ท่าศีรษะสูง: ปรับเตียงหรือใช้หมอนหนุนให้ศีรษะและลำตัวส่วนบนสูงขึ้น 30-45 องศา (หรือ 60 องศาหากผู้ป่วยมีเสมหะมาก) เพื่อใช้แรงโน้มถ่วงช่วยส่งอาหารและป้องกันการไหลย้อนกลับ


สรุปเช็กลิสต์ "ก่อนเริ่มปล่อยอาหาร"

มือผู้ดูแลล้างสะอาดแล้ว

สายยางอยู่ตำแหน่งเดิม (ไม่เลื่อนหลุด)

ไม่มีอาหารมื้อเก่าค้างมากเกินไป

ผู้ป่วยไม่ไอและอยู่ในท่าศีรษะสูง

การเตรียมการที่รอบคอบจะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เกือบทั้งหมด และช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารอย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อฟื้นฟูร่างกายครับ หากระหว่างให้อาหารผู้ป่วยมีอาการไอหรือสำลัก ให้ พับสายหยุดอาหารทันที นะครับ

 

ลงประกาศฟรี โฆษณาฟรี ลงประกาศขายบ้านฟรี ลงประกาศขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด ขายรถ สินค้าอุตสาหกรรม อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว โปรโมทสินค้าฟรี เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ Google